Qwerty Typewriter
MechAdvance

#MechAdvance รู้จักการพิมพ์แบบ Colemak / DVORAK / ปัตตะโชติ กัน

รูปแบบการพิมพ์บนคีย์บอร์ดนั้นไม่ได้มีแค่ QWERTY หรือ ฟหกด แบบที่เราคุ้นเคยกันเท่านั้น ยังมีอีกหลายแบบที่นิยมกันด้วย ไปดูกันครับ

ผมเชื่อว่าหลายคนพอเริ่มจับคอมพิวเตอร์ (หรือสมาร์ทโฟน) ก็จะคุ้นชินกับแป้นพิมพ์ภาษาไทย ฟหกด่าสว และภาษาอังกฤษ QWERTY กันดี

(หรือถ้าใครทัน iPhone ยุค 3 แถวอาจจะได้เรียนรู้แบบแหวกแนวมาอันนึง)

แต่ทราบหรือไม่ครับว่ายังมีรูปแบบการพิมพ์แบบอื่นที่มีคนส่วนนึงนิยมใช้กันด้วยเหตุผลหลักๆที่เชื่อกัน คือ พิมพ์เร็วกว่าและเหมาะกับสรีระ (Ergonomic) มากกว่าด้วยครับ

ผมจะหยิบแบบที่ค่อนข้างนิยมมาใช้นะครับ มันจะมีอีกหลายแบบที่นิยมกันในหมู่กลุ่มคนน้อยมากจริงๆ เพราะคิดขึ้นมาเองหรือใช้กับอุปกรณ์ที่ไม่ใช่คีย์บอร์ดมาตรฐาน ลองไปดูกัน

ภาษาอังกฤษ (QWERTY / Colemak / DVORAK)

QWERTY

แป้นพิมพ์แบบ QWERTY นั้นกำเนิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยมีการคิดค้นเครื่องพิมพ์ดีด เหตุผลที่มีการเรียงหน้าตาแบบนี้แทนที่จะจะเรียงตามตัวอักษร ABCDEF ไปเลย มาจากก้านพิมพ์นั่นเองครับ

เครื่องพิมพ์ดีดทำงานด้วยการเรากดปุ่มนึง ก้านพิมพ์ที่อยู่ด้านหลังเครื่องก็จะตีลงไปบนกระดาษพิมพ์เป็นตัวอักษรออกมา ปัญหาคือการเรียงตัวอักษรตรงๆนั้น พอพิมพ์เร็วๆจะเกิดอาการที่เรียกว่า ก้านพิมพ์ขัดกัน

QWERTY_1878.png
หน่้าตาเรียงแป้นพิมพ์ QWERTY เสร็จ (Source: Wikipedia)

ดังนั้นคนประดิษฐ์เครื่องพิมพ์ดีด จึงนำการเขียนของคนมาวิเคราะห์แล้วกระจายตัวอักษรออกเพื่อลดการก้านพิมพ์ขัดกันให้ได้มากที่สุดนั่นเอง โดยมีการปรับรูปแบบมาเรื่อยๆ และจบที่รูปแบบ QWERTY ในช่วงปี 1878 ตามที่เราเห็นปัจจุบัน และได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายครับ

อ้อ และการที่คีย์บอร์ดที่เราพิมพ์ตัวแป้นแต่ละแถวไม่เรียงกันเป็นเส้นตรง ก็มาจากเครื่องพิมพ์ดีดเช่นกันครับ เพราะก้านพิมพ์ต้องมีการเรียงสลับฟันปลาไปนั่นเอง

DVORAK

ในปี 1936 Dr.August Dvorak ได้พัฒนาแป้นพิมพ์แบบใหม่ขึ้นมา โดยยืนยันว่าสามารถลดระยะการก้าวนิ้ว และลดการพิมพ์ผิด รวมทั้งยังสามารถลดอาการที่เกี่ยวข้องกับนิ้วล็อคหรือนิ้วตึงได้อีกด้วย ประมาณว่าเหมาะกับสรีระการพิมพ์มากกว่า

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังไม่มีผลวิจัยหรือข้อพิสูจน์ที่ชัดเจน บอกได้ว่าการพิมพ์แบบ DVORAK นั้นดีต่อนิ้วกว่าจริงๆ ส่วนเรื่องพิมพ์เร็วก็พิสูจน์ยากเช่นกัน เพราะมันอยู่ที่ความถนัดของแต่ละคน แม้ว่าจะมีคนทดลองแล้วพิมพ์เร็วกว่าจริงๆ

900px-KB_United_States_Dvorak.svg.png
หน้าตาของ Dvorak จะสังเกตได้ว่าสระ AEUIOU จะอยู่ตรงแป้นเหย้า เพื่อให้พิมพ์ได้สะดวกที่สุด (Source: Wikipedia)

แม้ว่าการพิมพ์แบบ Dvorak นั้นจะไม่สามารถเอาชนะ QWERTY ในเชิงความนิยมได้เพราะความคุ้นชินมานานของคนที่พิมพ์ Dvorak ได้รับความนิยมในหมู่คนใช้คอมพิวเตอร์บางกลุ่มครับ โดยเฉพาะสายโปรแกรมเมอร์หลายคน ที่นิยมการพิมพ์แบบนี้กว่า

โดยบนคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนของท่าน ส่วนใหญ่จะสามารถตั้งค่าให้มีแป้นพิมพ์แบบ Dvorak ได้ด้วยครับ

Colemak

มนุษย์เรามีการพัฒนาไปอย่างไม่รู้จบ หลังจากมี Dvorak แล้วมนุษย์เราก็ยังคิดค้นเรื่องแป้นพิมพ์แบบใหม่ให้ดีขึ้นตลอดเวลา โดยเฉพาะยิ่งไม่มีเงื่อนไขเรื่องก้านพิมพ์ขัดกันด้วยแล้ว

Colemak ได้ถือกำเนิดขึ้นมาในปี 2006 โดย Shai Coleman ครับ ถือว่าใหม่มากเลยทีเดียว แต่ก็ได้รับความนิยมขึ้นมาในหมู่กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเหมือนกันฃ

Colemak_layout_2.png
หน้าตาของ Colemak ที่ทางผู้พัฒนาบอกว่าปรับให้เหมาะกับการพิมพ์ที่สุด (Source: https://colemak.com/)

Colemak เป็นรูปแบบการพิมพ์ที่ผู้คิดค้นกล่าวว่า เน้นเรื่องสรีระ (Ergonomic) การพิมพ์ที่สุด และพิมพ์เร็วกว่าแบบ QWERTY และ Dvorak แน่นอนถ้าพิมพ์คล่อง (ซึ่งก็ไม่ได้มีอะไรพิสูจน์เป๊ะๆ ออกมาอ่ะนะ)

และข้อดีอีกอย่างคือเรียนรู้ง่ายกว่า Dvorak แน่นอน (ทางผู้คิดค้นบอกไว้นะ)

Colemak เป็นรูปแบบการพิมพ์ที่นิยมอันดับสามรองจาก QWERTY และ Dvorak อยู่พอสมควร แต่ก็มีการเติบโตอยู่เรื่อยๆครับ

ภาษาไทย (เกษมณี / ปัตตะโชติ)

เกษมณี (Kedmanee)

แป้นพิมพ์ที่เราพิมพ์กันแบบนี้มาเนิ่นนานมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า เกษมณี (Kedmanee) ครับ แต่ไม่ได้เป็นแป้นพิมพ์แรกที่เกิดขึ้นนะ

พอดีเจอบทความเกี่ยวกับแป้นพิมพ์ไทยน่าสนใจจากเวปนี้ Blog นี้ เลยขออนุญาตนำมาย่อใหม่ครับ ใครสนใจอยากอ่านตัวเต็มเชิได้ที่ คลิกอ่านได้ที่นี่

ย้อนไปสมัยเครื่องพิมพ์ดีด เมืองไทยเคยมีการทำแป้นพิมพ์สำหรับเครื่องพิมพ์ดีดออกมาเป็น 7 แถวครับ โดยกำเนิดจากโรงงาน Smith Premier ที่อเมริกาและ Mr. Edwin Hunter Mcfarland เป็นหมอศาสนาชาวอมริกันในไทยในฐานะเลขานุการส่วนพระองค์ นำมาถวายให้แก่รัชกาลที่ 5 ในช่วงปี 1892 (พ.ศ. 2435) ครับ โดยเป็นที่พอพระราชหฤทัยมาก และได้มาการสั่งซื้อเข้ามาในราชการ

เป็นอะไรที่ตลกนิดหน่อยไม่ว่าตั้งใจหรือไม่ คือท่าน Mcfarland ลืมบรรจุ แป้น ฃ ฅ ลงในแป้นพิมพ์ครับ อาจจะเพราะเห็นว่ามันไม่ได้มีการใช้งานมากมั้ง

smithpremierfontweb
เครื่องพิมพ์แป้นไทย 7 แถวจาก Smith Premier (ที่มารูป)

เวลาต่อมา Dr. George Bradley Mcfarland (อำมาตย์เอก พระอาจวิทยาคม) ผู้เป็นน้องชายที่ได้กรรมสิทธิ์เครื่องพิมพ์ดีดหลังจากการเสียชีวิตของ Ed Macfarland ในปี 1895 และได้นำเครื่องพิมพ์ตัวนี้มาตั้งโชว์ไว้ที่ร้านทำฟันตัวเอง ได้รับความสนใจจากประชาชนที่แวะเวียนมา

พอแป้นพิมพ์แบบ 7 แถวได้รับความนิยมมาก หมอ Mcfarland จึงได้เปิดจำหน่ายในร้าน Smith Premier Store ในปี 1898 (พ.ศ. 2441) และได้รับความนิยมเป็นวงกว้างครับ

ต่อมา Smith Premier ขายสิทธิบัตรการพิมพ์ให้แก่บริษัท Remington แต่เนื่องจากเครื่องพิมพ์แบบนี้ไม่ได้เป็นแบบสากลนิยมที่ใช้เพียงแค่ 4 แถว จึงไม่ได้มีการต่อยอดแบบ 7 แถวอันนี้เท่าไร ประจวบกับเครื่องพิมพ์ดีดมีการพัฒนาการยกแคร่ (Shift นั่นแหละครับ) ขึ้นมา เราจึงเริ่มประยุกต์มาใช้กับอักษรไทยให้สามารถอยู่ใน 4 แถวให้ได้

Ketmanee.gif
แป้นพิมพ์แบบเกษมณีหน้าตาที่เราคุ้นเคยกันจนถึงทุกวันนี้ (Source: Wikipedia)

ช่วงแรกอักษรไทยนั้นไม่ได้มีการศึกษาชัดเจน ทำให้พิมพ์ลำบากไม่เหมาะสม Dr.Mcfarland จึงได้มีการ ปรึกษากับพนักงานสองท่านคือ นายสวัสดิ์ มากประยูร และ นายสุวรรณประเสริฐ เกษมณี ออกแบบก้านพิมพ์ให้เหมาะกับไทย โดยนายสุวรรณประเสริฐ เกษมณี ได้ออกแบบการเรียงตำแหน่งตัวอักษร สำเร็จในปี 1931 (พ.ศ. 2474) หรือที่เราเห็นแป้นเหย้า “ฟ ห ก ด ่ า ส ว” นั่นเอง

ปัตตะโชติ (Pattachote)

ในปี 1965 (พ.ศ. 2508) นายสฤษดิ์ ปัตตะโชติ นายช่างกรมชลประทาน ได้ศึกษาพบว่าแป้นพิมพ์แบบเกษมณีนั้นมีข้อบกพร่องอยู่ คือการขาดสมดุลในการพิมพ์ระหว่างมือซ้ายและมือขวา โดยมีการพิมพ์ในมือขวามากกว่ามือซ้าย ถึงอัตราส่วน 70:30 และที่สำคัญคือนิ้วก้อยขวามีการทำงานที่เยอะมากไป (ซึ่งจริงมาก)

นายสฤษดิ์ จึงได้ศึกษาและออกแบบแป้นพิมพ์ใหม่ โดยนำหนังสือในหลากหลายสาขามาสุ่มตัวอักษรคำทั้งหมด 50,000 ตัวอักษร และนำมาดูว่ามีการพิมพ์ตัวไหนมากเท่าไร จากนั้นนำมาเรียงแป้นใหม่ โดยให้หลักว่าพิมพ์แข็งแรงอยู่ใกล้แป้นเหย้าที่สุด

Pattajoti.gif
แป้นพิมพ์แบบปัตตะโชติ หน้าตาอาจจะไม่คุ้นเคยกัน

หลังจากออกแบบสำเร็จก็ได้มีการทดลองเปรียบเทียบ โดยใช้กลุ่มตัวอย่าง 100 คน แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มให้ฝึกพิมพ์ 100 ชั่วโมง จากนั้นนำข้อมูลมาเปรียบเทียบพบว่า แบบปัตตะโชติพิมพ์ได้เร็วกว่าถึง 26.8%

แต่ด้วยการที่คนไทยส่วนใหญ่ชินกับแบบเกษมณีแล้ว ก็เลยไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควรนัก (เป็นงั้นไป)ฃ

แต่ในไทยก็ยังมีคนบางกลุ่มใช้ปัตตะโชติด้วยที่มันพิมพ์ง่ายกว่าและเร็วกว่าครับ (แต่ต้องใช้เวลาในการฝึกเหมือนกัน)

แล้วเราควรเปลี่ยนมาพิมพ์พวกนี้ไหม

ถ้าท่านเป็นอาชีพที่การพิมพ์เป็นเรื่องสำคัญ (พิมพ์รายงาน / Coding / เขียนบทความ) ก็อาจจะลองฝึกดูก็ได้ครับ แต่ต้องระวังนิดนึง อย่างผมเองเนี่ยจะมีการย้ายคอมไปมาเยอะ เลยทำให้ถ้าไปเจอคอมที่ตั้งให้พิมพ์ นอกเหนือจาก QWERTY / เกษมณี ก็จะลำบากนิดหน่อย

แต่ถ้าใครอยู่กับคอมประจำนานๆ ลองฝึกดูก็ได้นะครับ แล้วลองดูว่าพิมพ์เร็วขึ้นแบบที่เค้าเคลมไว้มั้ย

ก็จบไปสำหรับบทความแรกของ #MechAdvance ครับ เป็นส่วนสำหรับคนที่่ค่อนข้างศึกษาเกี่ยวกับ Mechanical Keyboard ลึกๆ และความรู้ที่มากกว่า #MechBasic ครับ

ยังไงลองมาแลกเปลี่ยนพูดคุยกันได้ที่เพจ นักเลงคีย์บอร์ด KBGangster ได้นะครับ หรือถ้าสนใจประเด็นไหนอยากให้ผมเล่าให้ฟังก็ได้นะครับ

0 comments on “#MechAdvance รู้จักการพิมพ์แบบ Colemak / DVORAK / ปัตตะโชติ กัน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: