Ajazz AK33 - Top Shot RGB
MechReview Mini

#MechReview AJAZZ AK33 ตัวเล็ก 75% ไฟจัดเต็ม

คราวนี้มารีวิว Mechanical Keyboard ตัวเล็กทรง 75% ที่ค่อนข้างชื่อเสียงโด่งดังพอสมควรกับ Ajazz AK33 RGB ครับ

ก็มาพบกับบทความ #MechReview กันนะครับ รอบนี้มารีวิวของราคาย่อมเยาว์จากฝั่งแดนมังกรกันบ้างดีกว่า ซึ่งเจ้าตัวนี้ค่อนข้างมีชื่อในตลาดหลายประเทศเลยทีเดียวครับ

Ajazz เป็นแบรนด์อุปกรณ์คอมสัญชาติจีนที่ขายอยู่ในตลาดจีนมาเนิ่นนาน แต่ได้รับความนิยมจากนอกประเทศพอสมควรด้วยการที่ขายผ่านช่องทางต่างๆ ในหลายๆ ประเทศ

บ้านเราเองก็มีคนหิ้วเข้ามาขายอยู่เนืองๆ ครับ โดยเจ้า Ajazz AK33 RGB ตัวนี้ผมได้รับมาจากร้าน Mechanic KB เป็นร้านเน้น Mechanical Keyboard หิ้วในไทยโดยเฉพาะ ให้ยืมมารีวิวแก่เพื่อนๆ ให้ชมกัน

ใครชอบดูวิดีโอเชิญจิ้มดูวิดีโอด้านล่างได้เลย และอย่าลืมอ่านบทความนะครับ 🙂

ข้อมูลเบื้องต้น

Ajazz เป็น Mechanical Keyboard จากประเทศจีนที่ดังมาจากตัว AK33 นี่แหละครับ (แต่ก็มีหลายรุ่นนะ) โดยโดดเด่นในด้านราคาที่ไม่แพงมาก พร้อมกับคุณภาพที่โอเคเลย

Ajazz AK33 เป็น Keyboard หน้าตาที่เรียกว่า 75% ครับ คือเหมือน 60% แต่เพิ่มปุ่มพวก Function (F1-F12) ด้านบน และปุ่มลูกศรและพวก Home, Page Up, โดยรอบๆ ไป โดยผมยังถือว่าเป็นหมวด Mini อยู่นะ

Ajazz AK33 RGB - Front view

Ajazz AK33 มาพร้อมกับ Zorro Switch หรือบางล็อทจะปั๊มมาเป็น Ajazz Switch ครับ โดยตัวที่ผมได้มาลองเป็นไฟแบบ RGB Blue Switch แต่ต้นทางร้านที่ขายจะมีทั้ง Blue และ Black รวมถึงรุ่นที่เป็นไฟขาวธรรมดาด้วย

ราคารุ่น Ajazz AK33 RGB นั้นอยู่ที่ 1,950 บาท และไฟเดียวอยู่ที่ 1,250 บาท มีสวิตช์ Blue กับ Black ให้เลือกกันครับ จุดที่ต่างอย่างนึงนอกจากไฟแล้วคือตัวไฟเดียวจะเป็น 6KRO ในขณะที่ RGB เป็น NKRO ครับ

รีวิวนี้จะเน้นไปที่ RGB นะ เพราะผมได้ตัวนี้มารีวิวนะครับผม

แกะกล่อง

อันที่ผมได้มารีวิวเป็น Ajazz AK33 RGB Blue Switch ครับ แล้วค่ายนี้อย่าแปลกใจว่ากล่องที่ตัวเองเคยเห็นหรือได้รับหน้าตาไม่เหมือนรีวิวผมนะ กล่องเค้าเปลี่ยนหน้าตาบ่อยมากครับ

Ajazz AK33 RGB - Box
หน้าตากล่องของ AK33 ครับ สีน้ำตาลธรรมดาๆ นี่แหละ

แกะกล่องมาในกล่องจะมี ตัวคีย์บอร์ดห่อพลาสติกอยู่ พร้อมกับที่ดึงคีย์แคป และแปรงปัดฝุ่นให้ครับ เออดีเหมือนกันนะ Mechanical Keyboard หลายแบรนด์ไม่มีแปรงให้

ทางร้าน Mechanic KB กระซิบมาบอกว่าถ้าซื้อจากร้านเค้าจะแถมสติ๊กเกอร์ตัวอักษรไทยไว้แปะบน Keycaps ให้ด้วยครับ

ลักษณะภายนอก

Ajazz AK33 - Left shot
แกะกล่องออกมาก็เห็นหน้าตาแบบนี้ครับ

ที่ชอบคือเปิดกล่องมานอกจากมีที่ดึงคีย์แคปพลาสติกแล้วยังมีแปรงปัดฝุ่นแถมมาให้ด้วยครับ ตัว AK33 เองก็อยู่ในถุงโฟมและมีหุ้มขอบอย่างดี อ้อ มีปลอก USB มาด้วยครับ

ตัวคีย์บอร์ด งานประกอบจะเป็นพลาสติกด้านล่างที่เป็นสีดำเงาวิ้งมาเลยครับ มีความสวยงาม แต่ก็นั่นแหละเลอะคราบนิ้วง่ายแน่นอน

Ajazz AK33 - Top Shot
ด้านล่างสีดำเงาแว้บ แน่นอนว่าลายนิ้วมือขึ้นง่ายแน่นอน

พร้อมด้วยฝาด้านบนเป็นอลูมิเนียมแผ่นแปะลงไปด้านบนครับ ดีไซน์แบบแคปลอยขึ้นมาจากตัวคีย์บอร์ดตามที่นิยมในยุคหลังๆ มานี่ครับ แน่นอนว่าทำความสะอาดง่ายกว่าแบบจม

ความหนาแน่นของงานประกอบทำได้ค่อนข้างดี แต่ตัวอลูมิเนียมฝาบนรู้สึกจะเป็นแผ่นบางๆ แปะลงไปอีกทีเฉยๆ ครับ

sdr
จะเห็นได้ว่าเป็นแผ่นอลูมิเนียมแปะลงไปบนบอดี้พลาสติกอีกทีครับ

Keycaps ที่ให้มาจะเป็น Keycaps ABS แกะสลักไฟลอดธรรมดา ครับไม่ใช่ ABS Double-shot แต่ที่ผมชอบคือ Font แบบนี้ทำให้ดูหรู ดูราคาแพงกว่าแบบที่คีย์บอรืดจีนอื่นๆ ชอบนิยมใช้กัน

ส่วน ABS พื้นผิวจะเป็นแบบเรียบๆ เหมือนที่พวก Gaming Gear Razer หรือ Corsair ชอบใช้ ไม่ได้เป็นผิวสากๆ ดังนั้นคราบนิ้วมือความมันจะขึ้นง่ายพอสมควรครับ

Ajazz AK33 - Keycap
Keycaps เรียกได้ว่าขึ้นมันค่อนข้างง่ายเหมือนกัน

Layout จะเป็น 75% สำหรับคนที่ชอบแบบสี่เหลี่ยมพอดี โดยต้องการปุ่มที่ค่อนข้างครบถ้วน ก็เป็นตัวเลือกที่ดีครับ แต่สำหรับคนที่ต้องการจะเปลี่ยน Keycaps เป็นชุดอื่นต้องบอกว่า AK33 อาจจะไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีนัก เพราะว่าด้วย Layout ที่ไม่มาตรฐาน ทำให้การหาปุ่มใส่ยากพอสมควรเลย

โดยเฉพาะกลุ่มด้านขวาล่าง (ที่เป็นลูกศร) เพราะต้องการแคป 1.25u มาใส่ถึง 6 ปุ่มตรงนั้นหาได้ยากเหมือนกันครับ เว้นแต่ว่าจะเอาอะไรมาใส่ก็ได้ให้ไม่พอดีก็พอถูๆ ไถๆ ไปได้อยู่

Ajazz AK33 - Keycaps
ชุดปุ่มด้านขวาล่างนี่แหละที่ทำให้หา Keycaps เปลี่ยนได้ยากครับ

ดังนั้น AK33 จะเหมาะกับคนที่ต้องการเอาไปแล้วแล้วจบไม่สนใจกับการเปลี่ยน Keycaps น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีตัวหนึ่งครับ

ตอนที่แกะกล่องออกมากรอบพลาสติกด้านล่างจะมีแปะฟิล์มกันรอยที่ให้เราลอกออกก่อน (เก็บรายละเอียดดีกว่าที่คิดนะ) ด้านล่างมีขาตัั้งเตี้ยๆ อยู่สองจุดด้านหลังกับยางกันลื่นอยู่ ยางกันลื่นค่อนข้างใหญ่ดี

สาย USB ที่ให้มาเป็น Mini-USB แบบถอดได้ เป็นสายยางธรรมดาไม่มีอะไรโดดเด่นเป็นพิเศษ รู USB จะอยู่ด้านหลังซ้าย ตัวสายเสียบแน่นหนาดีครับ เหมือนมีตัวล็อคด้านในอีกชั้น

Ajazz AK33 - Bottom right
สาย USB แบบถอดได้พร้อมด้วยหัว Mini-USB

Zorro (Ajazz) Switches

ตัวที่ผมได้มารีวิวเป็น Blue Switch ที่สกรีนคำว่า Ajazz ครับ โดยเนื้อจริงๆ แล้วคือ Zorro Switch ครับ บางล้อทจะปั๊มมาเป็น Zorro บางล็อทจะมาเป็น Ajazz แต่ฟีลลิ่งเหมือนกัน

Zorro Switch ก็เป็นหนึ่งใน Cherry MX Clone เหมือนกันดังนั้นหน้าตาจะเหมือนกันเป๊ะ เอาแคปมาเปลี่ยนได้ครับ (แต่ระวังเรื่อง Layout อย่างที่บอก)

Ajazz AK33 - Zorro Switch
สวิตช์ Blue Zorro หน้าตาเหมือนสวิตช์แบบ MX ทั่วๆ ไปนั่นแหละครับ

ฟีลลิ่งการพิมพ์ถือว่าค่อนข้างโอเคเลย โดยตามสเปคบอกว่าน้ำหนักจะอยู่ที่ 55g เท่า Cherry ครับส่วนตัว Black จะอยู่ที่ 60g เช่นเดียวกัน แต่เหมือนที่ลองดูจะเบากว่า Cherry อยู่หน่อยนึงคือมันไม่ไม่ค่อยหนักกระด้างเท่าครับ

Blue Switch ของ Zorro ให้ความรุ้สึกที่ไม่ลั่นดังเหมือน Outemu ฺBlue มีความคล้ายไปทาง Cherry MX Blue อยู่พอสมควรครับ เสียงจะนุ่มๆ ไม่กระแทกกระทั้นเท่าไร

โดยรวมถือว่าพิมพ์สนุก และคงเอกลักษณ์เสียงคลิกของ Blue ได้อย่างดีตัว Stabilizer เป็น Cherry Style ด้วย เปลี่ยนแคปกันง่ายอยู่ครับ ไม่วุ่นวาย

Ajazz AK33 - Zorro Switch Stab
ใช้ Cherry Stabilizer เปลี่ยนง่าย ส่วนปุ่มยาวจะใช้สวิตช์สีม่วงที่มีน้ำหนักมากกว่าครับ

อ้อที่น่าสนใจคือ ตัวทีเป็นตัวยาวพวก Enter หรือ Backspace สวิตช์จะกลายเป็นสีม่วงครับซึ่งเท่าที่กดเป็นแบบ Clicky เหมือนกัน แต่มีน้ำหนักการกดที่มากกว่าครับ เพื่อให้เหมาะกับแคปที่มีขนาดใหญ่นั่นเอง

เป็น Mechanical Keyboard ไม่กี่รุ่นนะเนี่ยที่เห็นทำแบบนี้ ส่วนใหญ่จะเห็นในอันที่เป็นพวก Cherry Keyboard เลย หรือว่าบางรุ่นเท่านั้น

ฟีเจอร์ต่างๆ

Ajazz AK33 - Top Shop RGB
เมื่อเปิดไฟ RGB ขึ้นมาก็สีสันสวยงามเลยทีเดียวครับ

ตัว Ajazz AK33 RGB ที่ผมได้มาสามารถเล่นโหมดไฟแบบ RGB เต็มตัวครับ สามารถเปลี่ยนโหมดไฟได้ด้วยการกด FN+F8 (FN ของ Ajazz จะอยู่บนสุดใกล้ๆกับ Backspace นะครับ ซึ่งตำแหน่งแปลกกว่าชาวบ้านมาก)

โหมดไฟของ AK33 บอกเลยว่าเยอะ…. มาก มาก มาก เป็นตัวเล็กแต่โหมดไฟไม่แพ้รุ่นพี่เลย แถมจะบอกด้วยว่าพี่แกตั้งชื่อแต่ละโหมดโคตรเด็ดอะ โดยโหมดไฟทั้งหมดมีถึง 20 โหมดครับ!! (ผมขอไม่อธิบายทุกโหมดตรงนี้นะเยอะเกิน ลองจิ้มวิดีโอรีวิวที่ต้นบทความเอาครับ)

Ajazz AK33 - LED Light
หลอดไฟ LED เป็นแท่งไฟ RGB เต็มรูปแบบครับ

ซึ่งโหมดไฟนั้นสามารถเปลี่ยนได้ทั้งบนตัว Keyboard เองหรือโหลด Software มาก็ได้ครับ (จิ้มโหลดได้ที่ http://www.a-jazz.com.cn/download_en.aspx)

การเปลี่ยนบน Keyboard สามารถเปลี่ยนโหมดและเปลี่ยนสีในโหมด (FN+ ลูกศรขวา) นั้นได้ 9 สีครับ (หลากสี / แดง / ส้ม / เหลือง / เขียว / ฟ้า / น้ำเงิน / ม่วง / ขาว)

Ajazz-AK33-software.png
Software Ajazz AK33 ลงในคอมสามารถปรับแต่งได้เลย

แต่ถ้าปรับบน Software จะสามารถปรับสีได้เยอะกว่า และสามารถปรับสปีดความเร็วได้ด้วยครับ

ส่วนของการตั้ง Macro ผมลองดูใน Software แล้วมันมีครับ แต่ผมลองกดตั้งดูแล้วมันตั้งไม่ได้แฮะ ไม่รู้ว่ามันเป็น Bug หรือว่ายังไง แต่พยายามลองดูแล้วก็ยังไม่ได้ครับ (ใครลองทำได้ก็บอกผมได้นะจะได้มาอัพเดทบทความ)

อื่นๆ

ทดสอบดูแล้วเป็น NKRO กดได้เกือบทุกปุ่มครับ ฉะนั้นไม่มีปัญหาเรื่องการใช้งานประเภทเล่นเกมแน่นอน

Layout แบบนี้มีข้อเสียสำหรับผมนิดหน่อย ผมติดนิสัยคลำมือไปบนสุดเพื่อหาแถวตัวเลข แล้วผมก็จะเลยไปส่วน Function Row F1-F12 ตลอด อาจจะต้องใช้เวลาให้ชินซักนิดนึง

ปุ่ม Multimedia จะซ่อนอยู่ในปุ่ม F1-F7 ครับ ก็เป็นพวกเพิ่มลดเสียง แล้วก็เรียกโปรแกรมพื้นฐานของ Windows ขึ้นมา

Win Lock ได้ด้วย FN+Windows Key แต่ไม่มีไฟแสดงสถานะอะไรเลย ฉะนั้นต้องลองกดดูกันเอง หรือใครที่กดไม่ติดอย่าเพิ่งตกใจ ลอง FN+Windows Key ดูกันก่อนได้

สรุป

จุดที่ชอบ

  • โหมดไฟเยอะมาก มาก มาก (แถมถ้าดูใน Software ชื่อโหมดนี่อลังการมาก)
  • ขนาด 75% ที่เป็นจุดเด่นเอกลักษณ์ดี
  • สวิตช์ Zorro ให้เสียง Clicky ที่ไม่ดังมากเกินไปและหนักแน่นดี (รีวิว Blue นะ)
  • งานประกอบและฟีเจอร์ค่อนข้างคุ้มในราคาที่จ่าย
  • ฟอนท์บน Keycaps ดูเรียบๆ สวยงามดี

จุดที่ไม่ชอบ

  • บอดี้พลาสติกช่วงล่างแบบเงามันนี่เละจากรอยนิ้วมือง่ายมาก
  • Layout แบบนี้เด่นดี แต่หา Keycaps เปลี่ยนยากมาก
  • Keycaps ไม่ Double-shot แล้วก็ขึ้นมันเร็วพอสมควร ต้องคอยหมั่นเช็ด

Ajazz AK33 - Top Shot RGB

สำหรับใครที่มอง Mechanical Keyboard Layout แบบ 75% แบบนี้ในราคาไม่แรง และไม่ได้ต้องการจะเปลี่ยนคีย์แคปอะไร นับว่าเป็นตัวที่นิยมกันพอสมควรครับ Ajazz AK33 ได้รับความนิยมหลายประเทศอยู่เลยทีเดียว คิดว่าเป็นอีกตัวที่หลายคนได้ไปแล้วไม่ค่อยผิดหวังครับ

ถ้าหากมีคำถามหรืออยากแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น สามารถมาคุยกันได้ที่ เพจนักเลงคีย์บอร์ด และอย่าลืมกดติดตาม Subscribe YouTube KBGangster ด้วยนะครับผม

 

โฆษณา

เกี่ยวกับ KBGangster

เจ้าของเวปและนักเขียนประจำแห่งเวป www.kbgangster.com ฝันว่าอยากจะสร้างพื้นที่สำหรับคนรัก Mechanical Keyboard และเป็นแหล่งความรู้ให้สำหรับผู้ที่สนใจอยากจะหาข้อมูล

0 comments on “#MechReview AJAZZ AK33 ตัวเล็ก 75% ไฟจัดเต็ม

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: