MechReview TKL

[MechReview] Durgod Taurus K320 แบรนด์น้องใหม่ปีนเกลียวท้าชกมวยรุ่นพี่!

มวยรุ่นน้องที่โดดขึ้นสังเวียน Wrestlemania ขึ้นมาชก มาปล้ำกับแบรนด์รุ่นพี่ได้อย่างน่าภาคภูมิ

สำหรับท่านที่เคยอ่านรีวิวนักเลงคีย์บอร์ดมาบ้างอาจจะพอเดาทางออกนะครับว่าตัวคนเขียนเองชอบแอบใจอ่อนให้สายบอร์ด no-frills หรือพวกบอร์ดที่หน้าตาเรียบๆ มาหลายรอบแล้ว (แฮ่) ซึ่งไม่ต้องแปลกใจกันเลยทีเดียวกับรอบนี้ที่พาน้องหล่อเรียบนามว่า พระเจ้าเด้อ (แฮ่) Durgod Taurus K320 มาแนะนำตัวกันกับทุกท่านกันในวันนี้

เคยได้ยินกันบ้างมั้ยจั๊บ…

แค่มองปาดแรก ก็ชัดเจนครับ อย่างที่ได้เกริ่นไปว่าน้อง K320 ตัวนี้มาในโทนหล่อเรียบ มีสองสีให้เลือก เป็นโทนเข้มกับโทนขาว ซึ่งทั้งสองสีจะมีสี keycaps ที่เข้าโทนกันมาให้ด้วย อีกอย่างต้องเคลียร์กันตรงนี้ด้วยเลยครับว่าบอดี้เป็นพลาสติกนะครับ ไม่ใช่อลูมิเนียม (คนเขียนตอนแรกนึกว่าเป็นบอดี้อลู เพราะสีมันให้มากกก) แต่บอดี้พลาสติก แต่ไม่ได้แปลว่าน้องทั้งสองตัวจะเบานะครับ น้องตัวละเกือบโล 5555 เห็นน่ารักๆ หล่อๆ นี่เฮฟวี่เวทนะครับ แต่พลาสติกที่นำมาใช้เป็นบอดี้เป็นพลาสติกคุณภาพสูงครับ ไม่เงา เป็นสีด้าน และมีเนื้อจับที่พรีเมี่ยมต่อการเอามือเราไปลูบคลำมากๆ ไม่มีการบิดพลิ้วตามแรงบิด

พี่น้อง K320 สุดหล่อ

บอดี้สบายมือจับไม่พอ ปุ่มก็สบายนิ้วกดด้วยนะครับ แน่นอนว่ารุ่นใหญ่เบอร์ keycaps นี้ต้องเป็น PBT อยู่แล้ว แต่ Durgod ให้มากกว่านั้นด้วย Double shot PBT หรือการฉีดพลาสติกแยกกันสองครั้งเพื่อให้ตัวอักษรนั้นคงทน ไม่มีวันลอกหรือจาง (อ่านต่อเรื่องชนิดของปุ่มได้ที่นี่) และไม่ว่าคุณจะชอบสีไหนเป็นพิเศษ Durgod ก็ได้จัดคู่สีให้เข้ากับ body มาให้แล้วด้วยนะครับ ส่วนตัวนักเลงชอบสีโทนดำเป็นพิเศษ เพราะทำให้ set up ของเราดูน่าเกรงใจแก่ผู้ที่แวะเวียนมาเชยชมบอร์ดของเรา (ฮ่า) ช่างเป็นแบรนด์ที่ใส่ใจลูกค้าจริงๆ ส่วนสายเป็น USB type C ถอดได้และมีรางเก็บสายให้สามทิศพร้อมสายสองสาย หัวต่อเป็น USB A และ USB C แล้วแต่ว่าผู้ใช้ที่น่ารักของเราชอบแบบไหนเลย อิอิ

เข้าเรื่องการใช้งานดีกว่า รอบนี้ได้คุยกันยาวๆ 555 จากหัวเรื่องที่ผมเขียนไปว่าเป็นแบรนด์น้องใหม่ท้าชกพี่ๆ นะครับ เพราะ Durgod เป็น brand ที่เริ่มมายังไม่นานมาก ยังไม่มีสาวกเทียบเท่ารุ่นพี่แบรนด์ดังที่ทำ high quality mechanical keyboards เช่น Varmilo, Vortex, Filco หรือ Ducky กัน อย่าว่างี้งั้นเลย มาดูกันเลยดีกว่านะฮะ

เรื่องแรกเลยคือฟีลลิ่งการพิมพ์ บอร์ดสองตัวที่เรารีวิวกันวันนี้ใช้ Cherry Brown และ Cherry Silent Red ฝั่งน้อง Cherry Brown (ฟีลลิ่ง switch เองผมขอไม่พูดถึงอีกที เพราะ หาอ่านได้จากที่นี่นะจ๊ะ) น้องพิมพ์สนุกตามแบบของ tactile เสียงของการพิมพ์เวลา bottom out นั้นแน่นและ feed back ที่เรารู้สึกที่ได้จากการพิมพ์นั้นมั่นใจได้เลยว่าเคสนั้นแน่น ไม่โหวงเหวง น้องขาวที่เป็น Silent Red นั้นพิมพ์เงียบมากด้วยตัว switch และแน่นอน เคสที่มั่นคง solid และแน่นหนา แต่ที่น่าสนใจคือ Stabs ลื่นหัวแตก และเงียบมาก rattle น้อยสุดๆ ผมไม่มีความรู้สึกว่าอยากจะต้องเปิดบอร์ดมา lube หรือทำการใดๆ เพื่อลดเสียงเลย เป็นความประทับใจแทบจะที่สุดจากบอร์ดนี้เลยครับ (เพิ่มเรื่องการเล่นเกมเบาๆ ว่าใช้งานดีปรกติครับ N-Key rollover จะกดกี่ปุ่มก็ได้ไม่งง แต่นักเลงยังไงก็งง เล่นเกมกากเหมือนเดิมครับ แงงง)

ประเด็นต่อมาคือ Programability ตัว K320 มีโปรแกรม Durgod Zeus Engine ให้ดาวน์โหลดมาใช้กัน แม้ว่าตัวโปรแกรม UI จะดูก๊องๆ และมีภาษาจีนแซมตรงนู้นบ้าง ตรงนี้บ้างทั้งๆ ที่เซ็ตภาษาอังกฤษไป แต่โดยรวมแล้วเข้าใจง่าย และใช้งานง่ายครับ เราสามารถเซ็ตมาโครได้และ เซ็ตได้ว่าเมื่อกด Winkey lock หรือกดล็อคปุ่มวินโดว์แล้วจะให้เกิดอะไรขึ้น วิธีกด winkey lock ก็คือ กดปุ่ม FN ค้างแล้วกดปุ่ม Window ซึ่งบนบอร์ดก็มีไฟ indicator ว่าตอนนี้ปุ่ม window กำลังโดนล็อคนะ (นักเลงใช้ Anne Pro ที่ออฟฟิศ เวลากดไปโดนฟังก์ชันล็อคทีลำบากแทบตายเพราะไม่รู้ว่าไปโดนอะไร น้อง Durgod ใจดีมากกกก มีไฟบอกด้วย)

ไฟบอกสถานะ ไม่สว่างแยงตา ส่องไฟเล็กๆ แบบให้เธอพอรู้ตัว
ตัวอย่างหน้าตา companion software
ตัวอย่างหน้าตา companion software #2

ประเด็นที่สามเป็นประเด็นทั่วไปครับ ไม่น่าตื่นเต้นเท่าไร รวบยอดประเด็นย่อยๆ เข้าด้วยกันเป็นประเด็นใหญ่ บอร์ดนี้สวยครับ ส่วนตัวชอบอะไรที่เป็น low-key 5555 ฟ้อนต์เรียบๆ ไม่เกมเมอร์ ไม่มีตะเข็บตัวอักษรแบบพวกไฟลอด ชุดคู่สีที่ Durgod จัดมาให้ สวยงาม ไม่ใช่สีขาวก็ keycaps สีขาวอย่างเดียวมาสีเดียวแล้วจบกัน หรือดำก็มีแต่ดำ ไฟบ่งบอกสถานะของ caplocks หรือ winkey lock นั้นใช้พื้นที่ที่มีอยู่ได้อย่างสวยงาม low-key (อีกแล้ว 555) ตัวขาพับปรับองศามีมาให้ปรับได้สองระดับ ของแถมดี ไม่ใช่แค่แถมสติกเกอร์ กับที่ดึง keycaps แล้วจบกัน Durgod มีแถมแผ่นพลาสติกกันฝุ่นให้ด้วย เป็นอะไรที่นักเลงคิดว่าหลายผู้ผลิตมองข้ามเรื่องนี้ไป เพราะเรารัก keyboard ของเราเป็นพิเศษ ถ้ามีอะไรมาป้องกันเพิ่มเติมได้ก็นับเป็นบวกซะ เท่านั้นไม่พอ ที่ผมคิดว่าพิเศษมากๆ คือการมีสาย USB-C to USB-C มาให้อีกตัว จะต่อกับโทรศัพท์หรือ port USB-C ของคอมรุ่นใหม่ก็ง่าย มีทางเลือก

เป็นตัวอย่างที่ดีต่อวงการคีย์บอร์ดมากๆ ครับ 55555
เอาสายไปเลยครับ เผื่อใครอยากใช้พิมพ์กับโทรศัพท์ หรือเข้าพอร์ท USB-C กับคอมเลย

สรุปรวบยอด (+TL:DR) บอร์ดนี้คุ้มค่าครับ เป็นมวยรุ่นน้องที่โดดขึ้นสังเวียน Wrestlemania ขึ้นมาชก มาปล้ำกับแบรนด์รุ่นพี่ได้อย่างน่าภาคภูมิ ด้วยคุณภาพของบอร์ดและคุณภาพความรู้สึกการใช้งาน แม้ว่าจะไม่มี led แต่ความสวยงามไม่แพ้ใครเมื่อโฉดฉายอยู่บนโต๊ะของเรา โดยเฉพาะเมื่อคุณเป็นคนที่ชอบอะไรเรียบๆ การใช้งานให้เต็ม ไม่แพ้ใคร ด้วยราคา 3,200 ตัวโมเดล Brown Switch จากพ่อค้าสุดหล่อ Mechanic KB เทียบกับราคาแบรนด์รุ่นพี่เช่น Varmilo, Leopold หรือ Vortex
มีอย่างเดียวที่อยากติ Durgod คือความคงเส้นคงวา (แบบ literally 555) ของตัวพิมพ์บน caps ถ้าเราจ้องใกล้ๆ caps เราจะเห็นว่าบางตัวมีความหนาของตัวที่ต่างจากพวกเล็กน้อย อาจจะหนาไปนิดๆ หรือแห้งไปนิดนึง ต้องมองจนตาแทบเหล่ถึงจะเห็น แต่ไม่ใช่เรื่องใหญ่เลย พบได้ทั่วไปหรือแม้กระทั่งซื้อ keycaps มาเปลี่ยนก็พบเจอได้ (Tai-hao นี่ตัวดี) นอกนั้นจัดว่าเด็ดจัด ดัดเจ็ด นักเลงแนะนำ 9/10 ตัด 1 เพราะ keycaps จ้า

สนใจอยากลองสู่ขอหรือจีบพ่อค้าสุดหล่อ สามารถติดต่อกับ Mechanic KB ได้เลยครับ พ่อค้าใจดี

ขอลากันไปด้วยคลิปเทสต์เสียงใช้งานครับ

รายงานโดย นักเลงคีย์บอร์ด

โฆษณา

0 comments on “[MechReview] Durgod Taurus K320 แบรนด์น้องใหม่ปีนเกลียวท้าชกมวยรุ่นพี่!

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: