MechReview Mini

[MechReview] เสียตังร่วมหมื่นเพราะ Anne Pro (ไม่เชิงรีวิว เหมือนเล่าเรื่องมากกว่า 😂)

ANNE PRO ขวัญใจมือใหม่ ถูกใจวัยทำงาน ❤❤

เพราะ Anne Pro คือจุดเริ่มต้นการเข้าวงการ mechanical keyboardของผม 5555

ทั้งหมดมาจากการเริ่มค้นการย้ายจากบ้านผมเข้าไปที่หอนักศึกษาที่ม. หนึ่งในตปท. ผมหิ้ว Steelseries APEX Raw ไปจากไทยด้วยความคิดที่ว่าเราต้องการภาษาไทยในการพิมพ์ 5555 ตอนนั้นยังไม่เริ่มเล่น mech เลย

ยุคก่อนเข้าวงการมันก็จะรกๆ หน่อยนะครับ ยังไม่รู้จักคำว่า setup🤣

ปัญหาเริ่มเกิดเมื่อ Apex Raw กินที่บนโต๊ะผมเยอะมากด้วยขนาดของมัน ผมเองก็เลยอยากจะหาอะไรที่เล็กลงมาหน่อยเพื่อเพิ่มพื่้นที่การใช้งานบนโต๊ะของผม แล้วก็คิดว่าไหนๆ ก็ไหนๆ ก็ ป้ายยา up sale ตัวเองไปซื้อ mechanical keyboard มาใช้เลยดีกว่า เล่นเกมบ่อยแถมต้องทำวิทยานิพนธ์ด้วย (อ่านเลยแล้วจริงป่าวว่า mechboard ใช้เล่นเกมอย่างเดียว) เริ่มแรกก็นึกว่าโลกนี้ mechanical keeb มันก็มีแต่ gaming brands แถม board ของ steelseries แบรนด์ที่เราชอบก็แพ๊งงง แพง เกินงบไปไกล

ไปๆ มาๆ ก็เลยลองเซิชดูพวก “Best budget mechanical keyboard” 5555 ตอนแรกก็ยังเป็น gaming gears แต่ก็ได้เข้าไปเจอ r/mechanicalkeyboard แล้วมีคนบอกว่า Anne Pro คือยอด 60% ไร้สายประหยัดพื้นที่ ผมก็เริ่มสนใจเพราะว่ามันตรงกับความต้องการพอดีแถมเราต้องไปๆ มาๆ พกไปใช้นอกพื้นที่ด้วย

ด้วยความที่ขึ้เหนียวผมเลยตามหา Anne Pro มือสอง แล้วก็ได้มาสมใจ ซึ่งทุกอย่างมันดีเหมือนที่ผมหวังไว้เลย แต่โบราณว่าไว้ว่า เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย 5555 Anne Pro ทำให้ผมเริ่มดูทั้งการโมต่าง การ lube stabs เสียตังหา keycaps อยากลองสวิชต์นู้นนี่ อยากลองบอร์ดอื่นๆ เสียตังไม่รู้จบ กว่าผมจะรู้ตัว ผมก็ fell down the rabbit hole ตามศัพท์ชาว Reddit ใช้เรียกพวกติดกับวงการ mechboards เรียบร้อย [Your wallet disliked that]

Set up ดีขึ้นหน่อย แต่ยังรักโลก ชอบใช้กล่องมาทำแสตนด์พร้อมกับ Anne Pro ใส่ DSA Top-Printed Dolch (แบบถูกที่สุดเท่าที่หาได้ใน Aliexpress)

โอเคเข้าเรื่องรีวิวดีกว่า Anne Pro OG หรือรุ่นแรก นั้นก็หน้าตาเหมือน 60% มาตรฐานทั่วไป ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นเป็นพิเศษจากภายนอก เชื่อมต่อด้วย Micro USB แถมไม่มีสวิชต์ปิดเปิดด้วย 5555 ต้องคอยระวังเวลาพกไปไหนเพราะแค่กดก็ถือว่าคือการเปิดใช้งาน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น Bluetooth ของบอร์ดที่ใช้เชื่อมต่อกับ device ของเราก็ทำงานได้ดีเมื่อ pair เรียบร้อย เวลาจะปรับฟังก์ชันต่างๆ ต้องโหลด app ของตัวมันเองลงในโทรศัพท์ (ไม่มีในคอมจ้า งงไปดิ) ซึ่งก็จะงงๆ หน่อยตามประสาแบรนด์ budget จากแดนมังกือครับ (แต่ไม่ได้แย่มากนะ พอไหวอยู่ 555) แม้ว่าบางทีแอปมันจะงงๆ เอ๋อๆ บ้างแต่มันก็ทำงานได้ สวิชต์ที่ให้มาด้วยตอนแรกคือ Gateron Brown ซึ่งผมว่าเป็น Cherry Clone ที่ดีอยู่ทีเดียวเชียว ตัวบอร์ดเองนั้นค่อนข้างมีน้ำหนักด้วยจากตัวเพลทซึ่งเป็นเหล็ก แน่นอน ทำให้บอร์ดนั้นแทบไม่ flex เลย เสียงการพิมพ์ตัว stock นั้นก็ไม่ได้โหวงมากด้วยความหนาและหนักของเพลตเหล็ก แต่นั้นก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะ!

Anne Pro1 ของผมในปัจจุบันที่เอาไว้ทำทุกอย่าง

เพราะทั้งนี้ทั้งนั้น เหตุผลที่ reddit และตัวผมเองเชียร์ให้น้อง Anne เป็นบอร์ดที่เหมาะแก่ผู้เริ่มเสพติด mechboard นั้นก็เพราะ Anne Pro นั้นโมง่ายมากกกก ง่ายต่อการป้ายยาตัว ด้วยน็อตที่ยึดเพลตกับเคสนั้นอยู่บนเพลตหมดเลย ถอดคีย์แคปแล้วขันน็อต 5 ตัวก็ถอดเคสได้แล้ว ดังนั้นจะโมอะไร จะทำอะไรก็ง่ายดายแถมไม่แพงด้วย (ในกรณีที่เริ่มต้นโมครั้งแรก โดยเฉพาะการ desolder เปลี่ยนสวิชต์) Anne Pro OG ที่ผมยังคงใช้ทำงานทุกวันนี้เคยเป็นสวิชต์ Gateron Brown แต่ผมเปลี่ยนเอา Gateron Yellow ที่ผม lube แล้ว [อ่านเรื่องการ lube ได้ที่นี่เลยจ้า]  มาใส่เพราะอยากลอง linear และชอบสปริงที่มีน้ำหนักหน่อย (วันหลังจะแวะมาเขียนเรื่อง yellows ด้วยเพราะเป็นยอด budge linear อีกตัว 55555) ต่อด้วยการ lube stabilizers เพื่อลดเสียงและลดการสั่นของ stabs แล้วก็ยัดโฟมเข้าไปข้างในบอร์ดเพื่อทำให้เสียงการพิมพ์แน่นขึ้น เท่านั้นไม่พอ ถ้าอยากได้ฟีเจอร์ที่น่าจะมีก็ต้องทำเองเช่นสวิชต์ปิดเปิด ไฟบอกปริมาณแบตที่เหลือก็ต้องโมกันเอง (ตัวอย่าง) 55555 

Anne Pro ที่เคยผ่านมือโม (แบบบ้านๆ) ของผมมาแล้ว
Anne Pro2 ขวัญใจ วัยทำงาน

ต่อมาคือ Anne Pro 2 ซึ่งเป็นรุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวมาเมื่อปีกลาย (2018) ครับ AP2 เพิ่มฟีเจอร์ต่างๆ นาๆ ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตต่างๆ ของเรา 5555555 เริ่มต้นด้วยฟีเจอร์สวิชต์พิเศษ propreitary ใน Anne Pro 2 เท่านั้นที่ Anne Pro 1 ไม่มีนั่นคือ *แถ่ม แทม แท้ม* สวิชต์ ปิด-เปิด 55555 เหมือนจะเป็นเรื่องเล็กแต่เรื่องใหญ่นะครับ ฟีเจอร์ต่อมาคือ hotkeys เช็คว่าแบตเหลือแค่ไหน ตามมาด้วยแบตที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม แอปที่มีทั้งบนโทรศัพท์และ desktop พร้อมด้วย RGB ที่ดีกว่ารุ่นหนึ่ง FN functions ที่แยกระหว่าง second layer และ FN2 ที่เอาไว้ใช้เพื่อ functions ของตัวคีย์บอร์ดโดยเฉพาะเช่น เปิดปิดไฟ เชื่อม bluetooth และแบตที่ใหญ่ขึ้น เพื่อชั่วโมงทำงานอันแสนยาวนานของพวกเรา (แง)
ทุกวันนี้ผม daily Anne Pro ทั้ง รุ่นใหม่และเก่า AP2 ผมใช้ทำงานเป็นหลัก พกไปมาและเป็น work mech board ที่ที่ทำงานของผม สาเหตุก็แทบจะไม่ต้องสืบเพราะกล่าวไปหมดแล้วเบื้องต้น (ฮา) ส่วนตัว OG ผมเอาไว้ standby ที่บ้านสำหรับ gaming เป็นส่วนใหญ่ ไม่ค่อยได้พกไปไหนแล้วครับ แต่ยังใช้อยู่ทุกวันเพราะเอา Gat yellow ใส่เข้าไปและติดฟีลลื่ง Yellow มาก

ภาพเต็มๆ ครับ นี่ Anne Pro2 ใส่ PBT OEM ภาษาเกาหลี ดูภายนอกยังไงก็ไม่ต่างกับ Anne Pro1

นอกเหนือจาก life improving features ด้านบนที่ได้กล่าวไปแล้วเบื้องต้นแล้ว Product Line (ก็มีแค่ Anne Pro 555) ของ Anne Pro ก็ยังคงเป็นบอร์ดที่ผมไว้วางใจ พกพามันไปที่ออฟฟิศทุกวัน คุณภาพและมาตรฐานต่างๆ ที่ทำให้ Anne Pro OG โด่งดังก็ยังคงไว้เหมือนเดิม แข็งแรง มั่นคง โมง่าย และเปิดโลกแห่ง Mechanical Keyboards ให้กับมือใหม่ทั่วโลก ถ้ามีเพื่อนๆ หรือใครมาถามผมว่าอยากลองเริ่มเล่น Mech จะต้องเริ่มจากตรงไหน ร้อยละ 90 ผมชี้ไปที่ Anne Pro ครับ!!

ลากันไปด้วยเสียงพิมพ์แบบ Stock ตอนที่ยังไม่ได้ทำอะไรเลยครับ

นักเลงคีย์บอร์ดรายงาน

โฆษณา

1 comment on “[MechReview] เสียตังร่วมหมื่นเพราะ Anne Pro (ไม่เชิงรีวิว เหมือนเล่าเรื่องมากกว่า 😂)

  1. Pingback: นักเลงขายบอร์ดมาแล้วจ้า รอบนี้พาน้อง Anne Pro2 มาแบ่งกันเล่นจ้า! ✨⌨✨ – KBGANGSTER

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: