FullSize MechReview

[MechReview] Keychron K1 – เรียบหรู แบนต่ำ หวานเจี๊ยบ

รีวิวบอร์ด Low Profile ครั้งแรกของนักเลง! น่าสนใจแค่ไหนอ่านโล้ดดด ✨✨

ช่วงยาวไป ไม่อยากอ่าน

ข้อดี:

  1. อลูมิเนียมบอดี้ สีดำด้านเล็กน้อย คุณภาพ material ดี เข้ากับ set up ง่าย
  2. สลับโหมดทำงาน Window/ Mac ได้ง่ายแค่สับสวิชต์ มี caps ให้เปลี่ยนระหว่างสอง OS ด้วย
  3. Low profile switch (คหสต. ว่าสัมผัสการพิมพ์ดีกว่าพวก butterfly switches)
  4. เนื่องด้วย LED อยู่ใกล้พื้นผิวปุ่มมาก ไฟชัด สวยครับ

ข้อติติง:

  1. stabs ที่เอาไว้ประคองปุ่มยาวๆ นั้นค่อนข้างบางเมื่อเทียบกับสวิชต์ตระกูล Cherry MX ดังนั้นเวลากดอาจจะต้องกดให้กลางๆ ปุ่มหน่อยครับ ไม่งั้นจะฝืด/ กดไม่ลง

สเปค K1 จาก Keychron ครับ:

Switches: WM low profile switches

Material: Aircraft-grade aluminum

Keycap Material: ABS

WM Yellow Switch ระยะก่อน actuate: 1.7±0.2mm

WM Yellow Switch ระยะเดินทางทั้งหมดของสวิชต์: 3±0.5mm

WM Yellow Switch Actuation Force: 60g±15gf

รูปแบบไฟ: RGB 18 แบบ ปรับความสว่างได้ 4 ระดับ

รองรับ: Windows/ Android/ Mac/ iOS

ความจุแบต: 2000mAh

ระยะเวลาการใช้งานแบบ Bluetooth (LED สีเดียว): ประมาณ 15 ชม.

ระยะเวลาการใช้งานแบบ Bluetooth (RGB) : ประมาณ 10 ชม. (ผลการทดลองในห้องแลบอาจไม่ตรงกับการใช้งานจริง เขาบอกมาจ้า)

การเชื่อมต่อ: Bluetooth 3.0 & Type-C cable

น้ำหนักโดยประมาณ:  805 กรัม

เริ่มเลย!

รอบนี้มีโอกาสได้ลองของใหม่ครับผม นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ได้จับ และใช้งานบอร์ด Low Profile อย่างจริงจัง ปรกติจะเล่นแต่พวกสวิชต์ fullsize เป็นประจำ Cherry มั่ง Gateron มั่ง (โอกาสดีหน่อยก็ได้แตะๆ พวก Zealios อะไรพวกนี้บ้าง 5555) ขอขอบคุณ Keychron ประเทศไทยที่ได้ให้โอกาสได้ลองเล่นนะครับ ขอแสดงเจตนารมณ์ก่อนนะครับว่าครั้งนี้เป็น PR แต่อย่างไรก็ตามผมขอรีวิวตามประสบการณ์ที่ได้ลองใช้มาเดือนกว่าครับ ❤

ท้าวความก่อนว่าปรกติ ถ้าไม่ได้นั่งโต๊ะทำงานหรือที่บ้าน ตัวผู้เขียนจะได้ใช้บอร์ด low profile เวลาที่ออกไปทำงานข้างนอกแบบประจำวัน คือใช้คีย์บอร์ดโน๊ตบุ๊คครับ (ไม่ได้ใช้แมคครับ ใช้ Lenovo ตัวที่ก๊อป Surface อิอิ) กับที่ออฟฟิศของ ThinkPad รุ่นหัวนมแดง ดังนั้น แม้ว่าจะไม่ค่อยได้ใช้แบบ low profile ซักเท่าไร และไม่ใช่ mechanical ด้วยแต่ก็ปรับตัวเข้ามือได้ไม่ยากมากครับ

มุมบัตรประชาชนหนึ่งรูป เรียบร้อย ดีไซน์แบบเงียบๆ
เทียบขนาดกับน้องแอนเจ้าเก่า
แบนมากจ้ะแม่
ด้านหลังก็คลีนไม่แพ้กัน มีความหลบมุมเล็กน้อยกับการวาง Branding ไว้นะครีบ

เริ่มกันที่ First Impression เลย K1 เป็นบอร์ดที่เรียบมากครับ (ทั้งมาดและตัวบอร์ด 555555) ไฟ indicators เรียบๆ สีน้ำเงินขอบบนขวา ตัวบอร์ดเองมีน้ำหนักพอตัว บอดี้เป็นอลูมิเนียมสีดำด้าน ดูดีครับ ไม่ออกแนว gaming หยิบจับขึ้นมาลองอุ้ม โยนเล่น บิดไปมาแล้ว ไม่พบการบิดใดๆ ทั้งสิ้น สู้มือมาก ไม่มีเอี้ยดอ้าดอะไรเลย Solid สุดๆ วนไปดูข้างหลังทุกท่านจะพบกับ USB C port (เยี่ยมครับ) และสวิชต์เปิดปิดพร้อมเปลี่ยนโหมด Mac/ PC (เยี่ยมมากครับ ไม่ต้องเข้า software) มี RGB ในตัว 18 แบบ สร้างสีสันประดัน set up หรือใเอาไว้ล่อลวงเพื่อนๆ ที่ทำงานให้เข้ามาฟังเราบรรยายสรรพคุณคีย์บอร์ด พร้อมปรับระดับความสว่างได้4ระดับ แต่ส่วนใหญ่ผมใช้แค่ไฟ backlit นิ่งๆ ครับ RGB เปิดเฉพาะเวลาป้ายยาคนที่ ที่ทำงาน (ฮา)

อย่างเดียวที่ตะหงิดคือน็อตยึดครับ 5555 ถ้าเรียบไปหมดเลยหรือน็อตไปอยู่ใต้บอร์ดได้นี่อย่างเฟี้ยว

ต่อมาเป็นเรื่องของ keycaps ครับในกล่องมีแคปส์ให้เปลี่ยนเลยอยากได้แบบ PC หรือ Mac แล้ว caps เป็นทรง khail low profile เนื้อพลาสติก ABS พิมพ์ด้วยกรรมวิธี oil injected laser engraving หรือการยิง laser ลงบนพื้นผิวเพื่อให้เป็นตัวอักษร ถ้าเป็น double shot ก็จะไม่ลอกแต่ที่แน่ๆ คือเมื่อใช้ไปสักพักจะมันแน่ๆ เท่าที่ใช้มาเป็นระยะเวลาหนึ่งยังไม่เห็นการสึกหรอตรงไหนครับ (แต่เวลาเหงื่อออกจะเป็นรอยเห็นค่อนข้างง่าย ควรคอยเช็ดบ่อยๆ ครับ เหงื่อเราถ้าทิ้งไว้บนผิว keycaps นานอาจจะทำให้สึกก่อนเวลาอันควรได้)

ตัวอักษรดูเป็นสายเรียบร้อย ไม่เกมมิ่ง

ต่อมาขอเข้าเรื่องสวิชต์ Keychronใช้สวิชต์ WM low profile yellow mechanical switches จากการพูดคุยกับ Keychron คือโรงงานที่ทำให้เป็นเจ้าที่ผลิตให้เจ้าดังๆหลายแบรนด์ครับ ทาง Keychron ร่วมกันพัฒนากับโรงงานโดยตรง แต่รุ่นนี้ยังเป็นสีฟ้าอยู่ครับ ระบบสีของ Keychron ไม่เกี่ยวกับ Cherrt MX นะจ๊ะ อิอิ WM ตัวนี้เสียงดังกว่า Cherry Blue นิดนึง (Cherry Blue แบบไม่ได้อยู่ในบอร์ดนะครับ เอามาลองกดเทียบดู) ระยะ actuate สั้นมาก คล้ายกับพวกคีย์บอร์ดโน๊ตบุ๊ค WM sw จะมีระยะนิดนึงก่อนจะเจอจุดที่ขาสวิชต์กำลังจะไปเกี่ยวกับ click leaf ก็จะเป็น tactile ให้เรารู้สึกได้นอกจากเสียงเวลากดลงไปครับ น้ำหนักกดไม่หนัก พิมพ์ประโยคยาวๆ ไม่ล้าเหมือนเวลากด Cherry Black ใหม่ๆ ในเน็ตลิสต์ Actuate force ของ Cherry Blue ไว้ที่ 50g (60g peak force) สวิชต์ WM ของ Keychron  60g บวกลบไว้ 15g ทั้งนี่น่าจะเป็นเรื่องของ travel ของสวิชต์เป็นหลักด้วยที่ทำให้มันไม่ล้าเพราะต่อการกดหนึ่งครั้งเราถนอมแรงไว้ได้ตั้งเยอะ 5555

ลักษณะ stem ของ keycaps และ WM low profile Yellow ที่ไม่ Yellow

แวะมาเรื่อง stabs นิดนึง stabs แอบฝืดครับ คาดว่าเป็นเพราะจุดที่เกิดการเสียดสีเพิ่มมาอีกจุดคือข้างใต้ตัว keycaps ถ้าเป็นพวก profile ธรรมดาทั่วในจะเป็นการเสียบเข้าไปข้างใต้แคปแทน วันหลังจะลองเอา lube มาช่วยครับ ลองได้ยังไงแล้วเดี๋ยวจะมาบอก และปุ่มยาวๆ เช่น Shift ข้างขวา เวลากดที่ขอบๆ กดยากครับ แต่คนทั่วไปไม่ทำกัน ผมประหลาดลองเอง 555555

เจ้า stabs ของ low profile ด้วยความที่ตัวปุ่มแบนและพื้นที่ใต้ปุ่มน้อย ความหนาของเส้นเสตบเลยจำเป็นต้องเล็กตาม

เข้าเรื่องการใช้งาน ใช้ง่ายครับ บอร์ดเป็น full-size มี media functions ครบ ทั้ง PC และ Mac ความอึดของแบตก็เอาเรื่อง ผมใช้งานทั้งวันเป็น wireless ไม่ได้เปิดไฟก็ติดต่อกันได้ประมาณทั้งสัปดาห์ที่ทำงานครับ (ไม่หมดนะครับ เผลอเอาไปชาร์จก่อน 5555) การ pair ง่ายมาก กด FN พร้อม 1 2 หรือ 3 ค้างไว้รอไฟกะพริบแล้วก็ต่อกับคอม ต่อได้สามเครื่องพร้อมกัน สัญญาณดี ดีเลย์น้อย เวลาทำงานไม่รู้สึกอะไรครับ เหมือนเสียบสายธรรมดา ที่ใช้งานยังไม่เจอปัญหาเรื่องการเชื่อมต่อครับ ใช้ทำงานก็เพลินๆ ครับ สนุกดีเวลาเราพิมพ์แล้วมี Feedback กลับมานิดหน่อย เป็นแจ๊บที่ไม่โดนมองมาก 555

สรุป

เอาสั้นที่สุด K1 เป็นบอร์ดที่ Solid มากครับ สายนักพิมพ์ สายทำงาน ถูกใจแน่ แล้วถ้าชอบพิมพ์แบบเตี้ยๆ โอเคเลยครับ ตัวคีย์บอร์ดมันแบนกว่าคอม Thinkpad หัวนมแดงผมอีก 555 มีเสียง feedback เวลาพิมพ์ด้วย ถ้าไม่กระแทกปุ่มก็ไม่มีเสียงปั่กๆๆ ของการที่ปุ่มกระแทกกับตัวบอร์ดครับ ผมใช้งานที่ออฟฟิศ (บริษัทครึกครื้นครับ ดังนั้นจะมีคนคุยกันแทบตลอดเวลา กลบเสียงบอร์ดไปเยอะ) ก็ไม่มีใครมาทักนะครับ (ยกเว้นทักว่าบอร์ดอะไร สวยดี แฮ่)

สาย Hardcore Gamer ลองหามาลูบ มาคลำกันก่อนครับ ถ้าอยากจะได้มาไว้เล่นเกมเป็นหลัก ด้วยตัว Keychron K1 เองผมว่าเขาออกแนว lifestyle ทั่วไป เล่นเกมได้มั้ย ได้แน่นอนแต่สิ่งที่ K1 เป็นโดยหัวใจหลักของมันแล้วผมว่ามันไม่ได้เป็น Gaming Board ครับ

ถ้าเทียบแบบเบสิคกับ Apple magic keyboard (ซึ่งคหสต. ผมคิดว่าเจ้า K1 เกิดมาเพื่อชนด้วย) ผมฟันธงว่า Keychron K1 รู้สึกดีกว่าเยอะครับ ผมเคยลองกด magic keyboard แล้วส่วนตัวผมว่ากดคีย์บอร์ดบนจอโทรศัพท์ยังรู้สึกดีกว่า 5555 (ส่วนตัวนะครับ ส่วนตัววว) คือ K1 ให้ความรู้สึกที่เป็น mechanical แบบแท้ทรู ทำงานกับ Mac ได้เต็ม 100 ปรับไปมากับ Window ง่ายแค่สับสวิชต์ครับ และมาด้วยฟังก์ชันอื่นๆ อีกเต็ม ผมคิดว่าด้วย price point ที่ใกล้เคียงกัน แต่สิ่งที่เราได้คืนมาจาก K1 ผมว่าเยอะกว่าครับ คุ้มค่าถ้าวัดกันด้วยมวยคู่นี้

ภาพไฟเล็กน้อย บอกได้เลยครับว่าตัวจริงไฟสีชัดและสวยกว่านี้ กล้องอาจจะไม่ใกล้เคียงความจริงครับ

ปล. เนื่องด้วยเป็นการรีวิว ผมยังไม่ลองเปิดออกมาโม แต่อยากลองเปิดบอร์ดมาโมเล่นๆ อิอิ วันหลังโมแล้วเดี๋ยวจะมาเล่นให้ฟังต่อ

ปลล. ท่านใดที่สนใจอยากได้ข้อมูล Keychron K1 เพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่เพจ Keychron ประเทศไทยเลยคร้าบบบ

นักเลงคีย์บอร์ด รายงาน

0 comments on “[MechReview] Keychron K1 – เรียบหรู แบนต่ำ หวานเจี๊ยบ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: